"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
การบัญชีผลประโยชน์พนักงาน (2)


ในช่วงการตรวจสอบประจำปีสำหรับงบการเงินสิ้นสุดวันที่  31 ธันวาคม  2554 ซึ่งกำลังดำเนินการกันอยู่ในขณะนี้ ประเด็นที่ฮอตฮิตที่สุดคงหนีไม่พ้นเรื่อง “ประมาณการหนี้สินผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงาน” ซึ่งทุกกิจการไม่เว้นแม้แต่ “กิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ” (NPAEs, Non-Publicly Accountable Entities) ก็อยู่ในข่ายต้องปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีชุดใหญ่

 

มีคำถามเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เช่น

1.       วิธีการคำนวณประมาณการหนี้สินดังกล่าว  

2.       เมื่อคำนวณประมาณการเสร็จแล้วจะรับรู้โดยบันทึกบัญชีอย่างไร

3.       ทุกกิจการต้องตั้งประมาณการหนี้สินผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงานหรือไม่

 

วิธีการคำนวณประมาณการหนี้สินดังกล่าว

การคำนวณประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานในกิจการขนาดใหญ่นั้น มักใช้วิธีที่มีชื่อว่า Projected Unit Credit Method ของ “นักคณิตศาสตร์ประกันภัย” ซึ่งเป็นวิธีการที่มาตรฐานการบัญชีสากลยอมรับ วิธีการนี้คำนวณโดยคำนึงถึงข้อมูลทางสถิติเกี่ยวกับประชากรศาสตร์ (Demographic)  อัตราการลาออกของพนักงาน อัตราการเพิ่มเงินเดือนของกิจการ อายุปัจจุบันของพนักงานและระยะเวลาจนถึงวันที่เกษียณอายุ ความน่าจะเป็นที่พนักงานจะทำงานจนเกษียณอายุ และปัจจัยอื่นที่ส่งผลต่อการที่พนักงานจะอยู่ทำงานกับบริษัท ไม่ว่าจะโดยสมัครใจหรือไม่ สภาวิชาชีพบัญชี เรียกวิธีการนี้เป็นภาษาไทยว่า “วิธีคิดลดแต่ละหน่วยที่ประมาณการไว้”

 

การคำนวณโดยวิธีการของนักคณิตศาสตร์ประกันภัยนั้น กิจการมีต้นทุนในการว่าจ้างผู้เชี่ยวชาญในการหาตัวเลขในปีแรกที่เริ่มถือปฏิบัติมาตรฐานการบัญชีฉบับนี้ และต้องปรับข้อมูลให้เป็นปัจจุบันต่อไปในอนาคต ซึ่งก็เป็นภาระค่าใช้จ่ายสำหรับกิจการขนาดเล็ก   สภาวิชาชีพบัญชีจึงเห็นควรลดภาระดังกล่าวให้กับกิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะ แม้ว่ากิจการที่ไม่มีส่วนได้เสียต่อสาธารณะจะมีทั้งกิจการขนาดใหญ่ ขนาดกลาง และขนาดเล็กก็ตาม แต่โดยจุดมุ่งหมายหลักเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายกับกิจการขนาดเล็กเป็นสำคััญ

 

กิจการที่ไมีมีส่วนได้เสียต่อสาธารณะที่ว่านี้จึงได้รับการผ่อนปรนให้คำนวณประมาณการนี้ได้เอง โดยไม่ต้องว่าจ้างนักคณิตศาสตร์ประกันภัย แต่การคำนวณยังควรอ้างอิงปัจจัยในลักษณะเดียวกัน แต่อาจ Simplified หรือลดรูปแบบให้ง่ายเข้า และตัดปัจจัยปลีกย่อยที่มีความซับซ้อนต่างๆออกไป

 

การคำนวณประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานนั้น มีเป้าหมาย เพื่อหาจำนวนเงินที่เป็นภาระผูกพันที่กิจการมีต่อพนักงาน ในกรณีที่พนักงานถูกเลิกจ้าง ไม่ว่าจะโดยการทำงานจนเกษียณอายุ หรือว่า ถูกเลิกจ้างโดยกิจการ ซึ่งหมายรวมถึง กรณีเลิกกิจการ

 

ณ วันที่เริ่่มปฏิบัติตามมาตรฐานการบัญชีผลประโยชน์พนักงานนั้น ถือว่าภาระหนี้สินผลประโยชน์พนักงาน มีมาอยู่เดิม ซึ่งเรียกว่า ต้นทุนบริการที่ยังไม่เคยรับรู้ เนื่องจากอายุการทำงานที่ผ่านมานั้น ส่งผลต่อจำนวนเงินของภาระผูกพันที่กิจการมีต่อพนักงานดังกล่าว

 

 

วิธีการรับรู้และบันทึกบัญชี

บันทึกรับรู้ “ต้นทุนบริการที่ยังไม่รับรู้” โดยมีทางเลือกในการบันทึกรายการ 4 ทางเลือก คือ

 

ทางเลือกที่ 1 รับรู้เป็นค่าใช้จ่ายของรอบบัญชีที่เริ่มใช้ทั้งจำนวน

ทางเลือกที่ 2 ทยอยรับรู้เป็นค่าใช้จ่ายตามวิธีเส้นตรงภายในระยะเวลา 5 ปี

ทางเลือกที่ 3 รับรู้โดยปรับกับกำไรสะสมต้นงวดของปีที่เริ่มใช้

ทางเลือกที่ 4 รับรู้โดยปรับงบการเงินย้อนหลัง

 

การรับรู้รายการข้างต้นเป็นแนวทางที่สภาวิชาชีพบัญชีให้ทางเลือกไว้โดยน่าจะถือว่าไม่ได้เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีฉบับที่ 8 เรื่อง นโยบายการบัญชี การเปลี่ยนแปลงประมาณการทางบัญชีฯและข้อผิดพลาด อย่างเคร่งครัด ทั้งนี้ น่าจะเพื่อช่วยผ่อนคลายความกังวลใจแก่กิจการในช่วงเริ่มต้นถือปฏิบัติ อย่างไรก็ตาม การบันทึกประมาณหนี้สินผลประโยชน์พนักงานนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายทางบัญชี

 

ทุกกิจการต้องตั้งประมาณการหนี้สินผลประโยชน์ของพนักงานหลังออกจากงานหรือไม่

แนวคิดที่ว่ากิจการมีภาระผูกพันที่อาจต้องจ่ายเงินแก่พนักงานในกรณีที่เกิดการเลิกจ้างไม่ว่าจะกรณีใดๆนั้น เป็นแนวคิดที่ช่วยทำให้กิจการทราบว่ากิจการมีภาระผูกพันในอนาคตจำนวนเท่าไร

 

หากถามว่าทุกกิจการต้องตั้งประมาณการหนี้สินนี้หรือไม่ ก็ต้องคิดต่อว่าทุกกิจการมีโอกาสที่จะต้องจ่ายเงินผลประโยชน์พนักงานนี้เสมอ  ไม่ว่าโอกาสหรือความน่าจะเป็นจะมีมากน้อยก็ตาม หากคิดอย่างถึงที่สุดแล้ว  แม้คิดว่ากิจการไม่มีกฎระเบียบเรื่องการเกษียณอายุพนักงาน หรือแม้ว่ากิจการจะไม่มีนโยบายที่จะให้พนักงานออกไม่ว่าจะด้วยเหตุใดๆก็ตาม ทุกกิจการล้วนมีโอกาสที่จะต้องเลิกกิจการเพราะความไม่แน่นอนในเรื่องต่างๆเสมอ ดังน้ัน ผมจึงมีความเห็นว่า ทุกกิจการควรประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานไว้ ไม่ว่าในที่สุด ผลของการคำนวณกิจการจะมีภาระผูกพันดังกล่าวมากหรือน้อยเท่าใดก็ตาม

 

ผมมีข้อเสนอเป็นตัวอย่างในการคำนวณประมาณการหนี้สินผลประโยชน์พนักงานเผื่อเป็นทางเลือกแก่กิจการไว้ว่า ให้คัดแยกพนักงานออกเป็นกลุ่มๆ กลุ่มแรกคือพนักงานวัยรุ่น กลุ่มที่สองคือพนักงานที่อยู่กับกิจการมานาน กิจการอาจลดทอนยังไม่ต้องคำนวณในกลุ่มพนักงานที่มีอายุน้อย ซึ่งมีโอกาสที่กิจการต้องจ่ายเงินให้เมื่อเกษียณน้อย (ถึงน้อยมาก) คงคำนวณเฉพาะกลุ่มที่อยู่ในข่ายใกล้เกษียณ แต่วิธีนี้อาจมีคนโต้แย้งว่า แม้พนักงานวัยรุ่นก็ตามกิจการอาจต้องเลิกจ้างได้ในกรณีเลิกกิจการ แต่การจะใช้วิธีการคำนวณแบบลดรูปในลักษณะที่ว่านี้ จะเน้นว่าให้น้ำหนักกับกรณีเกษียณอายุมากกว่า ดังนั้นจึงเหมาะกับกิจการที่มีแนวโน้มจะเลิกกิจการค่อนข้างน้อย แต่การคำนวณในรูปแบบนี้อาจทำให้ ตารางการคำนวณ ง่ายขึ้น และได้ตัวเลขที่สะท้อนลักษณะของกลุ่มพนักงานของกิจการได้

 

 

 

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา

วันที่ มีนาคม ๒๕๕๕

virojch@yahoo.com

Member
43 ศิษย์เก่า และ 13 บุคคลทั่วไป