"สำนักงานศิษย์เก่าสัมพันธ์ มธ." ได้เปลี่ยนชื่อเป็น "สำนักงานธรรมศาสตร์สัมพันธ์" ตามข้อบังคับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ว่าด้วยการจัดตั้งและการแบ่งส่วนงานของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พ.ศ.2559
อันเนื่องมาจากวิกฤติน้ำท่วม (2)


เหตุการณ์น้ำท่วมใหญ่ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจไม่น้อย ในมาตรฐานการบัญชีของไทยยังไม่มีมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับเรื่อง ผลกระทบจากน้ำท่วมหรือภัยพิบัติทางธรรมชาติ แต่ในที่นี้จะขอประมวลประเด็นที่กิจการน่าจะประสบปัญหาเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติทางบัญชี รวมทั้งประเด็นทางภาษีอากร ดังต่อไปนี้

 

ประเด็นทางบัญชี

 

o   ปกติงบการเงินจัดทำขึ้นโดยมีการใช้ประมาณการ สมมติฐานต่างๆประกอบการจัดทำตัวเลข เช่น การประมาณการจำนวนเงินของค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้าคงเหลือ เป็นต้น ซึ่งเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติแล้ว ผลเสียหายต่างๆอาจมีมากกว่ากรณีที่ดำเนินงานตามปกติ เช่น ความสามารถในการเรียกเก็บเงินจากลูกค้าอาจลดลง โอกาสที่จะได้รับชำระหนี้ตามปกติอาจมีปัญหา ค่าเผื่อการลดลงของมูลค่าสินค้าคงเหลืออาจมีจำนวนเงินมากขึ้นเนื่องจากมีสินค้าเสียหายจำนวนมาก ทำให้ต้องปรับประมาณการเหล่านี้ หน้าที่ปรับประมาณการเหล่านี้เป็นของฝ่ายบริหารของกิจการโดยมีข้อเท็จจริงสนับสนุนตัวเลขประมาณการ

 

o   ผลกระทบต่อการดำเนินงานของกิจการอาจไม่ได้เกิดขึ้นโดยตรง เช่น แม้ว่ากิจการจะไม่โดนน้ำท่วม แต่อาจได้รับผลกระทบจากลูกค้า หรือซัพพลายเออร์หลักของกิจการ กิจการอาจต้องประเมินผลกระทบเหล่านี้และสะท้อนในประมาณการต่างๆ เพื่อให้งบการเงินแสดงมูลค่าตามที่ควรจะเป็น

 

o   บางกรณีผลกระทบจากน้ำท่วมอาจยังไม่เกิดขึ้นทันที แต่คาดหมายได้ว่าจะส่งผลกระทบในอนาคต กรณีเหล่านี้กิจการต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน โดยยังไม่ได้บันทึกรายการเหล่านี้ในงบการเงิน กิจการอาจมีภาระผูกพันต่อบุคคลที่สาม ซึ่งกิจการจะไม่สามารถดำเนินการตามภาระผูกพันนั้น เช่น มีข้อผูกพันต้องป้อนสินค้าให้กับลูกค้ารายหนึ่ง แต่เมื่อเกิดน้ำท่วมทำให้ไม่สามารถส่งมอบสินค้าได้ตามข้อผูกพัน และไม่สามารถเจรจาเพื่อผ่อนภาระดังกล่าวได้ จึงอาจถูกปรับเงินตามข้อตกลง เป็นต้น  

 

o   กรณีผลกระทบของน้ำท่วมที่มีต่อกิจการเกิดขึ้นภายหลังวันที่ในงบการเงิน เช่น บริษัทปิดรอบบัญชีเดือนกันยายน แต่เกิดน้ำท่วมเดือนตุลาคม เป็นต้น กรณีเหล่านี้เข้าข่ายเป็น “เหตุการณ์ภายหลังวันที่ในงบการเงิน” ซึ่งกิจการต้องเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงิน ถึงผลกระทบว่ามีต่อกิจการเป็นจำนวนเงินประมาณเท่าใด เป็นต้น

 

o   สินทรัพย์หลักที่กิจการส่วนใหญ่มักเกิดความเสียหาย ได้เแก่ สินทรัพย์ถาวร พวกเครื่องจักร อุปกรณ์โรงงาน อุปกรณ์สำนักงาน ยานพาหนะ เครื่องตกแต่งและติดตั้งต่างๆ และสินค้าคงเหลือของกิจการ  ผลเสียหายที่เกิดขึ้นหากไม่สามารถแก้ไขซ่อมแซมจนกลับมาใช้งานได้ตามปกติแล้ว กิจการต้องพิจารณา “ตัดบัญชี” โดยอาจใช้ชื่อบัญชี เช่น ผลขาดทุนจากเครื่องจักรเสียหาย ผลขาดทุนจากสินค้าเสียหาย เป็นต้น ขึ้นอยู่กับข้อเท็จจริงในแต่ละกรณี

 

o   สินทรัพย์ถาวรหรือสินค้าคงเหลือของกิจการหากสามารถซ่อมแซมหรือนำมาผ่านกระบวนการใหม่เพื่อให้อยู่ในสภาพที่พร้อมขายได้ กิจการต้องรวมต้นทุนส่วนเพิ่มดังกล่าวเข้าเป็นมูลค่าต้นทุนของสินทรัพย์ถาวร และ/หรือ สินค้าคงเหลือ

 

o   ปัจจุบันกรณีผลขาดทุนจากสินทรัพย์เสียหายเหล่านี้ ไม่ถือเป็น “รายการพิเศษ” เนื่องจากมาตรฐานการบัญชียกเลิกแนวความคิดเกี่ยวกับ “รายการพิเศษ” โดยแสดงเป็นรายการบัญชีทั่วไป แต่อาจแยกรายการไว้ในงบกำไรขาดทุนเป็นรายการต่างหาก หากเห็นว่าผลขาดทุนเหล่านี้มีจำนวนเงินเป็นสาระสำคัญ และควรเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมในหมายเหตุประกอบงบการเงินสำหรับรายการเหล่านี้

 

o   กรณีกิจการได้รับเงินชดเชยค่าเสียหายจากบริษัทประกันภัยภายหลังรอบบัญชีปัจจุบัน กิจการต้องรับรู้รายได้ในงวดที่ได้รับเงินชดเชย ไม่ใช่รับรู้ในรอบบัญชีปัจจุบัน แต่กิจการอาจเปิดเผยในหมายเหตุประกอบงบการเงินในงวดปัจจุบันเกี่ยวกับเงินชดเชยที่จะได้รับได้ หากมีความแน่นอนว่ากิจการจะได้รับ (เป็นลักษณะเปิดเผยข้อมูลโดยยังไม่รับรู้รายการ)

 

o   บางกิจการมีเงินกู้ยืมจากบุคคลภายนอก หรือ สถาบันการเงิน ซึ่งเมื่อเกิดผลกระทบจากน้ำท่วมแล้ว ทำให้ความสามารถในการสร้างรายได้เพื่อนำเงินหมุนเวียนมาคืนหนี้ตามการดำเนินงานปกติ สะดุดลงและไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามที่คาดหมาย กิจการอาจต้องจัดประเภทการแสดงรายการ “หนี้สินหมุนเวียน” ใหม่ โดยแสดงเป็น “หนี้สินไม่หมุนเวียน” กรณีที่การชำระหนี้ถูกเลื่อนออกไปเกินกว่าหนึ่งปี  

 

o   บางกิจการได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมมากจนไม่สามารถดำเนินกิจการต่อไปได้ กรณีเช่นนี้แสดงว่าข้อสมมติฐานทางบัญชีว่า “กิจการจะดำเนินงานต่อเนื่อง” ซึ่งเป็นข้อสมมติพื้นฐานในการจัดทำงบการเงินนั้น ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีกต่อไป กิจการต้องแสดงมูลค่าสินทรัพย์ หนี้สิน ในงบการเงิน โดยใช้เกณฑ์การชำระบัญชี หรือ เกณฑ์การเลิกกิจการ ซึ่งโดยทั่วไป การใช้เกณฑ์ดังกล่าว กิจการต้องปรับมูลค่าสินทรัพย์ เป็นมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับคืน (คือขายสินทรัพย์นั้นได้เงินเท่าใด) และปรับมูลค่าหนี้สิน เป็นมูลค่าที่คาดว่าจะต้องชำระคืนแก่เจ้าหนี้

 

ประเด็นทางภาษี

 

o   กรณีกิจการได้รับเงินชดเชยจากหน่วยงานราชการ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลกรณีที่มีการลงทะเบียนไว้กับทางราชการ

 

o   กรณีกิจการได้รับเงินหรือสินทรัพย์จากการบริจาคหรือช่วยเหลือ จะได้รับยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคล แต่มูลค่าต้องไม่เกินกว่าความเสียหายที่ได้รับ

 

o   มีการขยายเวลายื่นแบบทุกประเภทสำหรับกิจการที่อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม โดยเลื่อนการยื่นแบบเดือนกรกฎาคม ถึง พฤศจิกายน ออกไปภายใน 30 ธันวาคม 2554

 

o   กรณีกิจการไม่ได้อยู่ในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ แต่อาจได้รับผลกระทบจนเป็นเหตุให้ไม่สามารถยื่นแบบตามปกติได้ ต้องทำคำร้องเสนอต่อกรมสรรพากรเพื่อพิจารณาเป็นการเฉพาะราย

 

o   กรณีเกิดผลขาดทุนจากสินทรัพย์เสียหาย(จากน้ำท่วม) และกิจการทำประกันภัยไว้ กิจการจะนำผลขาดทุนไปถือเป็นค่าใช้จ่ายในทางภาษีได้ในงวดที่ได้รับเงินค่าสินไหมทดแทน (ไม่ใช่ในงวดที่เกิดความเสียหาย) และถือเป็นค่าใช้จ่ายได้เฉพาะมูลค่าคงเหลือส่วนที่เกินกว่าค่าสินไหมทดแทน หากได้รับค่าสินไหมทดแทนมากกว่ามูลค่าสุทธิตามบัญชี ส่วนที่เกินนั้นได้รับยกเว้นภาษีเงินได้

 

o   กรณีเกิดผลขาดทุนจากสินทรัพย์เสียหายและกิจการไม่ได้ทำประกันภัยไว้ กิจการสามารถนำผลขาดทุนมาถือเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ในงวดที่เกิดผลเสียหายดังกล่าว โดยมูลค่าผลขาดทุนต้องไม่เกินกว่ามูลค่าคงเหลือของสินทรัพย์นั้น

 

o   เงินค่าสินไหมทดแทนที่กิจการได้รับไม่เข้าขายเป็นรายได้ที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม จึงไม่ต้องนำมารวมในการคำนวณภาษีมูลค่าเพิ่ม

 

o   สินค้าที่สูญหายในระหว่างเกิดน้ำท่วม จะเข้าข่ายเป็นการขายที่ต้องเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม กรณีนี้ยังไม่มีการออกเป็นข้อยกเว้นออกมา จึงน่าจะถือปฏิบัติตามเกณฑ์ทั่วไป กรณีสินค้าสูญหายถือว่าขาย (ตามเกณฑ์ภาษีมูลค่าเพิ่มกรณีปกติ)

 

o   กรณีกิจการจ่ายเงินช่วยเหลือแก่พนักงานที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมนั้น กิจการสามารถนำมาถือเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ และพนักงานไม่ต้องนำมาถือเป็นรายได้ในการคำนวณภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา แต่มีเงื่อนไขว่าต้องมีการออกระเบียบข้อบังคับของบริษัทและได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการเป็นลายลักษณ์อักษร

 

 

 

วิโรจน์ เฉลิมรัตนา

วันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๔

virojch@yahoo.com

Member
46 ศิษย์เก่า และ 13 บุคคลทั่วไป